สยามฮา | ภาพยนตร์ | ละครย้อนหลัง | รายการวาไรตี้ | ฟังวิทยุ | ดูทีวีย้อนหลัง | เกมส์ | กลอน | ทํานายฝัน | สุขภาพ | ความรู้ | ข่าวพีอาร์ | บอร์ด | ลงโฆษณา



หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นำกลอนครูเล่าสู่ฟัง  (อ่าน 11285 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ไม้แก่
Platinum Member
*

พลังถูกใจ LIKE : 542
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 846


แค่ต้นไม้ไร้ค่าตามป่าเขา


« เมื่อ: มีนาคม 21, 2012, 10:17:44 PM »

ยุคเน่า

จากยุคหินถิ่นโบราณผ่านหลายยุค
คนในทุกกาลสมัยได้รุดหน้า
อารยธรรมนำส่อบ่อวิชา
ภูมิปัญญาเด็ดเด่นสมเป็นคน
    จนบรรลุปัจจุบันอ้นอารยะ
    เผยภาวะสับปลับและสับสน
    ดูก็คล้ายโลกาจลาจล
    เพราะอึงอลไอบาปหยาบประดัง
ควรจะเรียกยุคสมัยอะไรหนอ
ความเสื่อมส่อปัญหาล้วนบ้าหลัง
ก้าวหน้าในทางซึ่งสพึงชัง
ศีลสัจจังจ่อมหายอายเต็มที
    ยุคแห่งความเน่าเฟอะเซอะบัดซบ
    อากาศอบไอพิษติดเต็มที่
    เหมือนลมหายใจเน่าเศร้าสิ้นดี
    ลำน้ำที่สะอาดใสเน่าไปเลย
สัตว์น้ำเน่าเศร้าใจให้วิตก
ซ้ำสัตว์บกสูญพันธุ์กันแล้วเหวย
สิ่งแวดล้อมคนก็เน่าเศร้าสังเวย
ยาที่เคยใช้ชิดมีพิษแล้ว
    สังคมคล้าย "พาราสาวัตถี
    ใครไม่มีปราณีใคร" น่าใจแป้ว
    คน "เข้าหอล่อกามา" บ้าแหวกแนว
    เผยวี่แววเน่าในไส้สังคม
หน้าไหนหนอพอจะกล้ามาแก้ไข
ถ้าคนไทยทุกคนเฉยชาติเลยล่ม
ยุคนี้เน่าด้วยทรามความโสมม
อย่าล่มจมเพราะเราเน่าน้ำใจ
    จากยุคหิน เหล็ก สำริด พิชิดโลก
    สู่ยุคเน่าเศร้าโศกโลกกษัย
    คิดไหมว่า ถ้าปล่อยเฉยตามเลยไป
    จะว่าไง - ถ้าคนเน่าหมดเผ่าพันธุ์
บทกลอนของ ท่าน จินตนา  ปิ่นเฉลียว  ประพันธ์ลงตีพิมพ์ในหนังสือดอกหญ้าสีชมพู ตามคำกล่าวเกริ่นลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2517


เรียน   ท่านผู้ที่รักในอักษร เพื่อน พี่ น้อง ในห้องกลอนสยามฮา ที่เคารพรักทุกท่าน เพื่อเป็นเผยแพร่วรรณกรรมของนักเขียนชั้นครู ที่ท่านได้ประพันธ์ไว้ร่วม 30 - 40 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งบางเรื่องปรับเข้ากับยุคสมัยนี้ได้อยู่ เพื่อเป็นข้อคิดสกิดเตือน มิได้มีเจตนาอื่นใดแอบแฝงใดๆทั้งสิ้น


คิดถึงใครคนหนึ่งคิดถึงมาก     นี่ถ้าหากไปได้จักไปหา     <br />
จะไปนอนตรงนั้นตักขวัญตา     แล้วบอกว่า รักรัก สักล้านคำ
GASALONG
Global Moderator
Platinum Member
*

พลังถูกใจ LIKE : 1108
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7099



« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 21, 2012, 10:42:02 PM »


       เสียดายดอยจอมแว่           ผีห่าแห่รุมซ้ำเติม

ฉีกร่างด้วยเหิมเกริม                  กระหยิ่มกินจนแหลกลาญ

        เหตุผลทำลายเขา              เพื่อจะเอาสร้างสถาน

ศูนย์รวมราชการ                      ทุกหน่วยงานมารวมไว้

        ฝ่ายปกครองมาสำรวจ          ตามอำนาจมหาดไทย

ตกลงและปลงใจ                     มีมติดำเนินการ

        ป่าหลวงหลายร้อยไร่           มิทันไรก็แหลกลาญ

เอาไม้ไปรับประทาน                  แบ่งกันกินจนพุงกาง

        ดินดอยก็หายวาบ               กินกันราบทั้งบนล่าง

เปรมปรีย์ทุกที่ทาง                    คือคนลวงเขาทำกัน

_ป่าหาย_ดอยหด_ดินหมด_ดอยเตียน_

ฝากไว้ให้คิดเช่นกัน จากหนังสือ"กาลเวลา"ของอาจารย์ สนิท พลเยี่ยม ยิ้ม


* 16-wlp11.jpg (115.11 KB, 800x600 - ดู 2551 ครั้ง.)

แม้ยังเหลือ  ซากรัก  ประจักษ์อยู่

ต้องหดหู่  ร่ำไห้  กลางสายฝน

ถึงหยาดน้ำ  พร่ำพรู  สู่กมล

ลบให้พ้น  รอยช้ำ  ระกำทรวง
ไม้แก่
Platinum Member
*

พลังถูกใจ LIKE : 542
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 846


แค่ต้นไม้ไร้ค่าตามป่าเขา


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 21, 2012, 11:06:38 PM »

ข้าวยากหมากแพง

ยุคข้าวยากหมากแพงแล้งแล้วจ้า!
ทุกไพร่ฟ้าหน้าระเหี่ยเสียภาษี
น้ำมีปลา นามีข้าว เราเคยมี
มาบัดนี้น้ำเน่าและข้าวแพง

ทุกอย่างขึ้นราคาบ้าบัดซบ
แต่กลับพบความจริงยิ่งนึกแหนง
ชีวิตคนลดราคาน้อยค่าแรง
ความขัดแย้งอย่างนั้นไม่บรรเทา

วิปริตผิดวิสัยหรือไทยเอ๋ย
เมืองเราเคยครองสุขกลับทุกข์เศร้า
เคยชุ่มเย็นยิ่งกลุ้มรุ่มร้อนเร้า
คอนกรีตเข้าแทนถล่มร่มไม้บัง

ชีวิตถูก ของแพง แล้งน้ำจิต
และอากาศเป็นพิษคิดแล้วคลั่ง
ความชั่ว หยาบ บาป บ้า ตีตราดัง -
ยี่ห้อสังคมทู่ของหมู่เรา

ถึงยุคแพงเป็นบ้าเจ้าข้าเอ๊ย
ปู่ย่าเคยคิดไหมเมืองไทยเศร้า
เป็นอู่ข้าวที่คนอดสลดเร้า
คนรุ่นเก่ารู้เห็นคงเป็นลม

ยุคโบราณไพร่ฟ้านั้นหน้าใส
แต่ยุคใหม่ไพร่ฟ้าหน้าขื่นขม
อายผีต้นตระกูลไทยไหมสังคม
เราล่มจมอยู่ในท่ามความเจริญ...?

บทประพันธ์ของ ท่าน จินตนา  ปิ่นเฉลี่ยว  ตีพิมพ์ในหนังสือดอกหญ้าสีชมพู ปี 2517

คิดถึงใครคนหนึ่งคิดถึงมาก     นี่ถ้าหากไปได้จักไปหา     <br />
จะไปนอนตรงนั้นตักขวัญตา     แล้วบอกว่า รักรัก สักล้านคำ
GASALONG
Global Moderator
Platinum Member
*

พลังถูกใจ LIKE : 1108
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7099



« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 21, 2012, 11:28:46 PM »



ธาตุ(ทาส)แท้

สภายุบเหลือบยุงเตรียมพุงไว้

คงจะได้เสพสุขสนุกสนาน

เที่ยวบินว่อนร่อนพักสำนักงาน

หรือสถานที่มั่วหัวคะแนน

ออกลีลาลวดลายร่ายลมปาก

เล่นไม่ยากชั่วคืนได้หมื่นแสน

คนหิวโซมากมายในดินแดน

พอเงินแล่นคนก็รีบมาลนลาน

หาสมัครพรรคพวกและเพื่อนๆ

มีกล่นเกลื่อนมากมายหลายหมู่บ้าน

ทั่วตำบลอำเภอก็เบอะบาน

เอาเงินหว่านย่อมได้ดังใจนึก

การหาเสียงเป็นเช่นนี้พี่น้องเอ๋ย

ของมันเคยควักเพลินเงินเป็นปึก

มาจากไหน..?อย่างไร..?ใคร่ล้วงลึก

เผื่อจะฝึกทำบ้าง..อย่างผู้แทน..!

จากหนังสือ"กาลเวลา"ของอาจารย์ สนิท พลเยี่ยม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มเท่ห์

แม้ยังเหลือ  ซากรัก  ประจักษ์อยู่

ต้องหดหู่  ร่ำไห้  กลางสายฝน

ถึงหยาดน้ำ  พร่ำพรู  สู่กมล

ลบให้พ้น  รอยช้ำ  ระกำทรวง
ไม้แก่
Platinum Member
*

พลังถูกใจ LIKE : 542
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 846


แค่ต้นไม้ไร้ค่าตามป่าเขา


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 10:09:14 AM »

คนละยุค

นกยางขาวก้าวลงตรงริมหนอง
ตาสอดส่องจิกปลาเป็นอาหาร
มีพ่อลูกผ่านมาเห็นอาการ
พ่อวิจารณ์กับลูกผูกสาธก

ว่า "ชิชะ !  นกยางสำอางอาตม์
ผลาญชีวาตม์ปูปลาน่าตระหนก
รูปมันสวยแต่จิตมันผิดนก
เหมือนคนยกบุญอ้างพรางใจดำ

แล้วเบือนหันผันหนีพบอีแร้ง
จิกหมาแดงเน่าเหม็นพ่อเห็นขำ
จึงสอนลูกผูกจิตให้คิดจำ
"มันมีธรรมไม่ผลาญประหารใคร"

ลูกเติบใหญ่ได้ฟังพ่อสั่งสอน
ก็สังวรเชื่อมั่นไม่หวั่นไหว
สุจริตจิตดีไม่มีภัย
ทำยังไงก็จนทนกินเกลือ

พ่อรำคาญผ่านมาด่า "ไอ้หนู
โง่ผิดกูจึงจนพิกลเหลือ"
ลูกว่าเพราะรักบ้านวงศ์ว่านเครือ
จึงจุนเจือไม่หมายทำร้ายใคร

"ไม่เหมือนยางกินปลา" ว่าเข้านั่น
พ่อหนวดสั่น  "ลูกโง่ โธ่ - ! เห็นไหม
มัวถือศีลก็โซโง่บรรลัย
"กินเข้าไปเถอะวะจะได้รวย"

ลูกยังข้องหมองใจแต่ไม่เถียง
ทำตามเสียงพ่อสั่งทั้งที่ขวย
พ่อว่า  "ต้องพัฒนาอย่าเอออวย"
คำสอนห่วยครั้งโน้น - คนละยุค !!
บทประพันธ์ ของ ท่านจินตนา  ปิ่นเฉลียว ในหนังสือดอกหญ้าสีชมพู

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ให้ข้อคิดอะไรบางอย่าง

คิดถึงใครคนหนึ่งคิดถึงมาก     นี่ถ้าหากไปได้จักไปหา     <br />
จะไปนอนตรงนั้นตักขวัญตา     แล้วบอกว่า รักรัก สักล้านคำ
* แมงภู่ กวีตัวแมง *
Global Moderator
Platinum Member
*

พลังถูกใจ LIKE : 333
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3340


ความผิดหวังมันอาศรัยอยู่ในกระจกเงา ถ้าไม่อยากทุกข์เพราะมัน จงหันไปมองและยิ้มให้กับมัน


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 11:11:03 AM »

 ฮืม
เปรียบดัง เช่นอดออม
และเพรียบพร้อม ด้วยตระหนี่
อดออม จนรวยนี้
ทุกวันวี่ จะร่ำรวย .
เมื่อคิด ให้ดีดี
อดออมนี้ ดีสดสวย
ต่อไป ได้ร่ำร่วย
แต่แฝงด้วย เห็นแก่ตัว
@ แมงภู่
(การจะรวย เราต้องอดออม
 ทุกๆวันเมื่อ
เราทำดังนี้นานเข้าส่วนมากมันก็จะซึมลึกกลายเป็นตระหนี่ และกลายเป็น
เห็นแก่ตัว เหมือนมันคู่กัน
ถ้าไม่ระวังให้ดี
"แยกยาก")

พรุ่งนี้เช้า..มีแสงสว่าง
สำหรับทุกคน..เสมอ
...กวีตัวแมง...
--------------------------------
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: